Orange : เพื่อนกัน

posted on 09 Jan 2010 09:17 by sokissme  in Orange-Writer

Photobucket

 .

 

ฉันหลงรักห้วงสนทนาของเราเป็นที่สุด
และจริงๆแล้ว ใครๆในโลกคงชอบทุกวินาทีที่ได้ส่งเสียงเจรจากับคนรัก
คล้ายเข็มนาฬิกาไม่เคลื่อนที่
ห้องหับในยามค่ำคืนราวอาบไล้ด้วยแสงจันทร์ทั้งข้างขึ้นข้างแรม
(อ่ะ เริ่มเว่อร์แระ)

"วันนี้ google ตรงค้นหาคำเป็นผลแอปเปิ้ลด้วยหล่ะ
แล้วผลแอปเปิ้ลนะ มันหล่นตุ๊บได้ด้วย
สงสัยจะเป็นการบอกกับ apple เป็นนัยๆว่า เดี๋ยว google จะสอยให้ร่วงเลย"

เมื่อก่อนปีใหม่ฉันไปกินข้าวกับเพื่อนสนิทสองสาว เอ๊ะ หรือหนึ่งสาวกับหนึ่งสาวกว่า
สาวหนึ่งหยิบโทรศัพท์หน้าตาแบนๆดำๆเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกมากดข้อความยุกยิก

"ยุ้ยบีบีมาถามเรื่องไปลาดัก"

"อ๋อ SMS อ่ะ มือถือจ๊อบหน้าตาแปล๊กแปลกเนอะ"

"บ้า หล่อน เรียกเสียหาย เค้าเรียกแบล็กเบอรี่ แชทย่ะ
ดูสิ เตยก็ใช้ไอโฟน แล้วชั้นจะบีบีกับใคร เพื่อนๆเราก็ไม่ค่อยมีใครใช้"

ฉันได้แต่คิดว่ามันเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ามหัศจรรย์ประเภทหนึ่ง
ในชุมชนเล็กๆอย่างอำเภอเมืองสงขลา ฉันกับเพื่อนบางคนผูกพันกันมามากกว่ายี่สิบห้าปี
เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ชั้นอนุบาล มัธยมต้น มัธยมปลาย เรื่อยไปแบบนั้น
สิ่งที่ฉันรักที่สุดในตัวกลุ่มเพื่อนสนิทสมัยมัธยมกลุ่มนี้
...ก็คือไม่ว่าเมื่อไหร่ๆ เราก็จะเป็นเพื่อนกันในแบบเดิมๆ
ความเป็นเพื่อนที่ไม่เกี่ยวกับกระเป๋า รองเท้า รถยนต์  หรือเงินฝากในธนาคาร

คนรักของฉันออกจะเงียบไปหน่อยเมื่อตอนที่เราขับรถกลับ
เมื่อแรกนึกว่าประสาทหูบางส่วนถูกทำลายจากการเม้าท์มากมายของสาวๆ
แต่ก็เปล่าเพราะเมื่อฉันทดลองร้องเพลงหงุงหงิงแบบเปลี่ยนเนื้อเพลงตามใจชอบให้ฟัง
...คนขับรถก็หันมายิ้มให้คนเพี้ยนๆและเพลงเพี้ยนๆจนตายิบหยี

"เฮ้อ พี่ไม่ค่อยรวยนะ
....เผื่อหนูอยากมีโน่นนั่นนี่เหมือนเพื่อนๆ อาจจะต้องรอนิดนะ"
 
"หนูไม่เห็นว่าเราจะลำบากตรงไหนนี่คะ เท่าที่มีก็มากพอแล้ว พอดีแล้ว จริงๆนะ
ถ้าหนูเกิดมีพวกเครื่องใช้ไฟฟ้านวัตกรรมใหม่ล่าสุด คนที่จะต้องเดือดร้อนก็เห็นจะไม่พ้นพี่หรอก"

เมื่อก่อนฉันออกจะรู้สึกว่าคนขับรถเกียร์ออโต้เป็นคนแหยๆอยู่สักหน่อย
แต่พอได้เอื้อมมือไปจับมือคนข้างหัวใจไว้โดยที่คนขับไม่ต้องปล่อยมือไปเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ
ฉันก็อดพอใจความสะดวกสบายของเกียร์ออโต้ไม่ได้
อืม คนที่ขับรถเกียร์ออโต้บางคน ไม่ใช่คนแหยนักหรอก

"เดี๋ยวสิ พี่ว่าเค้าทำเป็นรูปแอปเปิ้ลเพราะวันนี้เป็นวันเกิดไอแซค นิวตันมากกว่า"

"หนูว่าพี่ไม่ธรรมดาแล้วนะเนี่ย จำวันเกิดนักวิทยาศาสตร์ได้ ออกจะประหลาด"

"นิวตันเป็นนักวิทยาศาสตร์กายภาพที่พี่ชอบมากที่สุด
ใครๆในโลกมักจะจดจำเขาได้จากเรื่องแรง G ทีเกี่ยวข้องกับการตกของแอปเปิ้ล
แต่อันที่จริงแล้ว ทฤษฎีนั้นเป็นงานที่เค้าทำร่วมกับนักวิทยาศาสตร์อีกสองคน

ชื่ออะไรแล้วนะ"

"แอนโทนี่ ฮ๊อปกิ้น เหรอ"
(คือถ้าไม่ได้ปั่นป่วนยวนยีบ้าง หาใช่ดิฉันไม่)

"เอ คุ้นๆ แต่พี่ว่าไม่ใช่"
(ยังไม่รู้เรื่องว่าโดนแกล้ง)

"จอห์น คูแซ็คมั๊ง"

"เฮ้ย นั่นมันชื่อดารา แกล้งพี่นี่หว่า
สำหรับงานวิทยาศาสตร์กายภาพของนิวตันที่พี่ชอบคือการค้นพบสมบัติของแสงต่างหาก
บลา บลา บลา ในที่สุดก็เอาหลักการนี้มาประดิษฐ์เป็นกล้องโทรทรรศน์ ที่ใช้ดูดวงดาวไงหล่ะ"
(ฉันชอบจริงๆเลยเวลาได้ฟังคนรักเล่าเรื่องอะไรๆให้ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
....อยากจะคาบมาคลี่มาขยายเล่าต่อ แต่คนอ่อนทั้งเลขทั้งฟิสิกส์อย่างฉันจับความได้เท่านี้แหล่ะ แฮ่ะๆ)

"อยากนั่งดูดาวด้วยกันอีกจังค่ะ นั่งเงียบๆ  แล้วเค้าจะชี้ดาวเข็มขัดนายพรานให้พี่ดูนะ"

"จ๊ะ ไว้เราไปนั่งดูดาวด้วยกันอีกนะ"

นานเท่าไหร่แล้วนะที่เราสองคนไม่ได้แหงนหน้าชมจิตรกรรมบนท้องฟ้าด้วยกัน
เมื่อคืนฉันฝันร้าย  ฝันว่าใครอีกคนไม่ได้รักฉันอีกต่อไป
ในฝันมันเศร้ามาก เศร้าขนาดเมื่อฉันต้องเช็ดน้ำตาป้อยๆเมื่อย้อนคิดไปถึง
...ใจหนึ่งก็อยากตั้งต้นจีบปากจีบคอต่อว่าว่าช่างใจร้ายนักนะ
คิดอีกทีมันคงฟังเพี้ยนๆที่ใครสักคนจะโดนต่อว่าที่ดันไปทำให้ฉันเสียใจมากมายที่ในความฝัน
แต่กระนั้นวันนี้ทั้งวัน ฉันก็รู้สึกอึมครึมเหลือเกิน
ได้แต่หวังว่าการได้นั่งลงแล้วค่อยๆเรียบเรียงเรื่องราวออกมาเป็นตัวหนังสือ
....จะช่วยเยียวยาอาการก๊งๆในหัวใจไปได้บ้าง

เมื่อวันก่อนสีแดงเอาเพลงนี้มาเปิดทิ้งไว้ในบ้านอีกหลัง
วันนี้ฉันฟังแล้วน้ำตาร่วงผล็อย...... คิดถึงคนที่อยู่ไกลจับจิตจับใจ

 

ภาพประกอบเป็นยามเย็นตรงทางน้ำกว้างๆตีนโอซาก้าโจ

เพลงเพื่อนกัน เบิร์ดกับฮาร์ด ...โอ่ โว้โว๊ ขวัญตา ซบลงมาตรงบ่าฉัน