Orange : วันที่วาง

posted on 16 Sep 2006 12:24 by sokissme  in Orange-Writer

เพื่อนบางคนชอบสงสัยพฤติกรรมด้วยรักและอยากผลักไสของฉัน ว่ามันเกิดจากอะไร
เธอหยิบเอาทฤษฏีทางจิตวิทยามาหาต้นเหตุ
จะว่าจากครอบครัวที่แตกแยกก็ไม่ใช่...พ่อกับแม่ฉันก็รักกันดีจี๋จ๋า
แต่เมื่อเริ่มมีรักครั้งไหน ฉันเริ่มก็ใส่รองเท้าเตรียมออกวิ่งทันที

มีบางอย่างที่ฉันไม่ค่อยเล่าให้ใครฟังนัก
ฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่โตมากับสองมือเหี่ยวๆของยายจ๋า
พ่อและแม่ของฉันต่างก็ทำงานนอกบ้านทั้งคู่
ฉันจึงเป็นเด็กที่โตมากับการเล่นทำกับข้าวแบบจริงๆในครัวกับยาย
เริ่มใช้จักรเย็บผ้าเป็นเมื่อเท้าสามารถเหยียบแป้นจักรถึง
และก้าวเท้าเข้าสู่โลกของหนังสือที่พ่อและแม่สะสมไว้เต็มบ้าน

ฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่ขี้แยและเจ้าเล่ห์ ฟังดูแปลกๆเนอะ
คือเล่นอะไรนิดอะไรหน่อยแพ้ก็บีบน้ำตาเข้าต่อสู้
เพื่อนๆก็เลยไม่ค่อยเล่นด้วย ยกเว้นบรรดาลูกพี่ลูกน้องผู้ชายของฉันจะอยู่บ้าน
....พี่ๆจะใช้กำลังเข้าข่มขู่บังคับเด็กแถวบ้านให้ตามใจฉัน

อ่ะ บอกแล้วไงว่าเจ้าเล๊ห์เจ้าเล่ห์

ฉันมักจะใช้เวลาในช่วงกลางวันกับยาย ฟังยายเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้
ยายฉันเป็นผู้หญิงชาวบ้านที่เรียนจบแค่ ป.สี่ แต่ยายช่างขวนขวายเรียนรู้
ยายจึงตัดเย็บเสื้อผ้าได้เพราะไปนั่งช่วยคนข้างบ้านทำ สอยบ้าง เนาบ้าง ในที่สุดก็ได้จับจักรเย็บผ้า
อ่านหนังสือได้แตกฉาน เพราะยายอ่านทุกอย่างที่มีตัวหนังสือ
อ่านให้ฉันฟังอย่างชัดเจนและไพเราะเมื่อมันเป็นโคลงกลอน
ลายมือของยายสวยจนแทบไม่เชื่อว่าเรียนจบแค่ชั้น ป.สี่ โรงเรียนวัด
ยายชอบเล่าเรื่องในชาดกนิทานและเรื่องสมัยก่อนให้ฉันฟัง
เรื่องทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกแล้วโดนน้องชายของยายหลอกให้กินลูกขี้กาแล้วบอกว่าเป็นแอบเปิ้ลไทย
เรื่องยุคที่หมากเป็นของผิดกฎหมาย เรื่องสมัยยายยังสาวๆ
แต่เรื่องหนึ่งที่ยายคงเก็บงำคับแค้นก็ถูกถ่ายทอดให้ฉันฟังเช่นกัน

ยายฉันแต่งงานกับตา เพราะผู้ใหญ่เห็นว่ายายฉันเป็นคนขยัน
ตาของฉันเป็นครูที่เจ้าหลักการณ์และมีสังคมที่กว้างขวาง
แต่ยายเป็นคนที่ถูกสอนมาให้พูดแต่น้อย ทำงานให้เยอะ ครอบครัวสำหรับยายหมายถึงความรับผิดชอบ เรื่องกินเรื่องอยู่ เรื่องบ้านช่องเรือกนาไร่สวน
แต่สำหรับตาแล้ว ครอบครัวคือการที่มีใครคอยคะขาเอาใจ แต่งตัวสวยเป็นหน้าเป็นตา
บางครั้งชีวิตคนสองคนที่สวนทางกัน อาจจะเป็นเหตุผลหลักให้ตามีใครสักคนใหม่
....ใครสักคนที่ตอบความต้องการของตาได้

เมื่อฉันยังเด็ก ฉันยังไม่เข้าใจเหตุผลอื่นๆมากมายของคนสองคนนัก
มันคงเหมือนในเพลงอื่นๆอีกมากมาย ที่ฉันเพิ่งมานั่งนิ่งและฟังให้ชัดๆเมื่อไม่กี่วันก่อน
คงมีเรื่องมากมายที่ฉันไม่รู้ ไม่เข้าใจ เรื่องของคนอื่นๆที่ไม่ใช่เพียงแค่คนสองคน

ฉันขึงเคียดตาและผู้หญิงอีกคนอีกคนด้วยความเป็นเด็ก

- ต้นไม้ของความไม่พอใจราดรดด้วยเรื่องราวที่ฉันเองเล่าให้ตัวเองฟังในใจซ้ำๆ -

ฉันจึงไม่สามารถรักตาของตัวเองได้เต็มหัวใจทั้งที่เป็นหลานสาวที่ตารักและตามใจเป็นที่สุด
เป็นหลานสาวที่ตาแสนภูมิใจ เรียนเก่ง ไม่เคยนอกลู่นอกรอย

และผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงอีกคนที่ฉันไม่เคยเต็มใจเรียกคำขึ้นชื่อว่ายาย
ฉันก็ไม่ค่อยจะยอมมองหน้าตรงๆ หากเลี่ยงได้ฉันจะเลี่ยงที่ต้องไปเจอและยกมือไหว้
แม่ฉันเสียอีกที่โตมากับครอบครัวที่แตกออกเป็นชิ้นๆเพราะเธอ
กลับดูแลเอาใจใส่ผู้หญิงคนนั้น ซื้อขนมไปฝาก หมั่นคอยไปคุยด้วย
แม่นี่ช่างลืมง่ายดายเสียจริงๆ ฉันแอบคิดในใจเช่นนั้น

จนกระทั่งยายเสีย ฉันร้องไห้น้อยมากในตอนที่ยายเสีย
เพราะฉันอยู่กับยายจนวาระสุดท้าย
ยายของฉันได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะสามารถหามาได้
เรากอดและหอมกันทุกวัน
บางวันถ้าฉันตื่นเช้ามากพอ ฉันทำกับข้าวและจะป้อนข้าวให้ยาย
แม้ว่าท่านยังทานเองได้อยู่ แต่ฉันก็รู้ว่าท่านชอบช่วงเวลาแบบนั้น
วันหยุดสัปดาห์ละวันจากงานที่แสนวุ่นวายของฉันมักจะหมดไปกับการพายายไปนั่งรถเที่ยว
บางวันเราไปทะเล บางวันเราไปดูต้นไม้ และบางวันเราก็ไปนั่งเล่นกันที่สวนหน้าบ้าน
ฉันเลิกงานดึกตามเวลาปิดเปิดห้างสรรพสินค้า ยายของฉันจะไม่นอนจนกระทั่งฉันกลับถึงบ้านปลอดภัย
เรารักกันแบบนั้นและผูกพันกันมากมาย และทำทุกวันให้เหมือนวันสุดท้ายของชีวิต

จนกระทั่งตอนตาเสีย
ฉันร้องไห้มากกว่าตอนยายเสียจนใครๆในครอบครัวของเราแปลกใจ
ฉันร้องไห้มากมายเพราะรู้สึกว่าฉันยังไม่รักตาให้มากพอ

- ต้นไม้ของความไม่พอใจต้นนั้นกลายเป็นกำแพงไม่ให้ฉันมองเห็นอีกฟากฝั่งของชีวิต -

แล้วฉันกับผู้หญิงคนนั้นก็ขาดจากความเกี่ยวข้องกันในความรู้สึกของฉัน
เธอกลับมาอยู่บ้านของลูกสาวที่เกิดจากสามีคนแรก
ขยับเข้ามาใกล้ฉันกว่าเดิม แต่สำหรับฉันแล้วเราอยู่ยิ่งไกล
...ไม่มีตาที่ฉันต้องขับรถพาแม่ไปเยี่ยมบ่อยๆแล้วฉันแทบจะไปเฉียดเข้าไปใกล้อีกเลย
ถ้าแม่ให้ฉันขับรถพาไปเยี่ยมเธอ ฉันก็จะเพียงไปส่งแล้วไปรับกลับ
แต่ไม่คิดจะลงไปเยี่ยมเธอเลย ไม่เลยแม้สักครั้งเดียว

- ต้นไม้ที่ฉันคิดว่าถากถางทิ้งไปแล้วเมื่อครั้งตาเสีย ยังฝังรากลึกอยู่อย่างเงียบเชียบ -

จนกระทั่งเมื่อสองวันก่อน ลูกสาวของผู้หญิงคนนั้นส่งข่าวมาว่า
...ผู้หญิงคนนั้นป่วยหนัก ไม่รู้สึกตัว
แม่ของฉันรีบไปโรงพยาบาล ไปช่วยจัดการดูแลราวกับเป็นลูกสาวของเธอ
ฉันยังไม่ยอมลงรถไปดูเธออยู่ดี แค่ขับรถไปส่งและขับรถไปรับ
จนกระทั่งแม่ฉันสามารถยื้อยุดฉันลงไปจากรถ ไปเยี่ยมผู้หญิงคนนั้นได้

ผู้หญิงที่นอนยับยู่อยู่บนเตียงคนนั้นหน่ะหรือ ที่ฉันเคยจงเกลียดจงชังมากมาย
เธอดูเหมือนผ้าห่มที่ไม่ได้พับในตอนรุ่งเช้า มีท่อช่วยหายใจและไม่ลืมตามามองฉัน
เธอตัวเล็ก แก่ มีผิวหนังที่เหี่ยวย่นบนเตียงคนนั้น
...จะใช่คนเดียวกับที่ยายเคยเล่าให้ฉันฟังว่าเอาปืนไปยิ่งขู่ยายหรือเปล่า

ฉันแบกอะไรมามากมายขนาดนั้นเชียวหรือ
แบกความเกลียดชัง รวมถึงความไม่ไว้วางใจในความรัก
ความเชื่อมั่นร้ายๆที่ว่าในที่สุดแล้ว
ความรักจะทำร้ายและนำมาซึ่งความเจ็บช้ำน้ำใจเช่นนั้น
...ฉันแบกมันมานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

ฉันแตะมือของ"ยาย" ที่นอนนิ่งไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียงเบาๆ
...หวังให้ยายลืมตาขึ้นมาอีกสักครั้ง
แล้วฉันจะเรียกผู้หญิงคนนั้นว่า "ยาย" ให้ได้ยินจากหัวใจ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เศร้าจังค่ะ แนะนำให้ลองอ่านหนังสือ"เข็มทิศชีวิต"ดู ดีค่ะ

#1 By imatsydney on 2006-09-19 18:48

บางครั้งเราก็แบกบางสิ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ
แต่เมื่อยังมีโอกาสได้วาง
ขอเพียงใช้โอกาสนั้น
ในวันที่ไม่สายเกินไป


ชอบคำเปรียบเทียบ ผ้าห่มที่ยังไม่ได้พับในตอนเช้า นึกออก

อ่านแล้วรู้สึกเลยว่า บางทีชีวิตก็แกล้งเราหลายเรื่องเลยนะคะ

บางทีเราก็รู้เท่าทัน
บางทีก็ไม่
แต่ที่ไม่ละเว้นเลยก็คือ มักจะทำให้เราเสียใจทีหลังอยู่สักเรื่องสิน่า

#3 By 'ปราย (58.8.76.216) on 2007-08-09 00:35