- ผงาดง้ำค้ำโลก - PARADOX -

โอวว นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้ sign in เข้ามาในบล็อกนี้

วันนี้ฉันอยากเล่นแทกขึ้นมาเฉย ๆ แม้จะไม่มีคนมาแทก 5555

(ความจริงถูกแทกอีกบล็อกหนึ่ง แต่ไม่อยากเล่น เลยไม่เล่นซะอย่างนั้น--- ไอ้บ้า!)

1.นี่มันบล็อกของใครกันแน่เนี่ย!! - ไม่ต้องแปลกใจที่สำนวนของบล็อกนี้แปลกไปมาก เหมือนไม่ใช่บล็อก so kiss me ที่ละเมียดละไมเหมือนเดิม เป็นเหตุผลที่บางคนอาจจะรู้ และบางคนอาจไม่รู้ บล็อกนี้โดยเริ่มแรกเป็นของคนสามคน เกิดจากเพื่อนแสนดีในโลกเสมือนที่ชักชวนว่าเรามาสร้างครอบครัวกันเถอะ แล้วก็ตั้งชื่อบล็อกว่า PLATONIC PLACE สถานที่ซึ่งเป็นแหล่งซุกซ่อนความเจ็บปวดทุกประการของพวกเรา 3 คนเอาไว้

..ที่ PLATONIC PLACE เราแบ่งห้องเอาไว้ 3 ห้อง ห้องแรกทาสีส้ม เธอตั้งชื่อห้องของตัวเองว่า ORENGEห้องที่สองทาสีฟ้า BLUE ที่ภายในบรรจุภาพถ่าย เพลงเศร้า และเรื่องราวของหัวใจ -_-' ห้องที่สามคือห้องของฉันเอง RED ถ้าเป็นห้องจริง ๆ คงเป็นห้องร้างที่น่าสงสารเพราะอิฉันแทบไม่ได้กลับมาที่บ้านหลังนี้เลย

2.เช็คเมลล์คนอื่นหน้าด้าน ๆ - หลังจากเกริ่นที่มาที่ไป ก็ขอเข้าเรื่องเลวร้ายของตัวเองล้วน ๆ กี๊ซ (อุทานได้วัยรุ่นมาก)

เรื่องเลวร้ายแรก อิฉันรู้พาสเวิร์ดอีเมลล์ผู้ชายคนนึงเมื่อ 2 ปีก่อน ผู้ชายนายนั้นใช้ให้อิฉันเช็คเมลล์ให้ แต่ตอนเช็คให้อิฉันก็ทำเป็นจำพาสเวิร์ดไม่ได้ ต้องถามพาสเวิร์ดก่อนทุกครั้งที่เขาใช้ ...แต่ที่ไหนได้ อิฉันแอบจดพาสเวิร์ดไว้ตั้งกะครั้งแรกที่เขาบอกแล้ว หลังจากนั้นอิฉันก็ลักลอบเช็คเมลล์นั้นมาตลอด ทำให้รู้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา ฉันแอบเห็นอีเมลล์จากผู้หญิงแปลกชื่อเข้ามาในเมลล์นั้นบ่อย ๆ ด้วยคำพูดเดิม ๆ -- "ขอบคุณสำหรับแมสเสจน่ารัก ๆ กับการโทรมาคุยสม่ำเสมอนะคะ" -- "ทานข้าวมาก ๆ นะคะ รักษาสุขภาพด้วยล่ะ" -- "โปสการ์ดน่ารักมากค่ะ นอนหลับฝันดีนะคะพี่..." -- อิฉันพบว่าผู้ชายคนนี้ดอดไปอ่อยผู้หญิงไว้หลายคน และประพฤติตนในแบบเดิม ๆ คือเริ่มจากการทำความรู้จัก ขอเบอร์โทร แมสเสจหวาน ๆ มาหาทุกคืน โทรมาคุยบ่อย ๆ ทำให้เรารู้สึกว่าเราสำคัญกับเขามาก เขียนโปสการ์ดมาหาบ่อย ๆ แล้วพอทำไปได้ซักพัก เขาจะเบื่อและเลิกติดต่อมา หายไปเฉย ๆ โทรไปก็ไม่รับสาย แล้วไปเริ่มพฤติกรรมเก่า ๆ กับผู้หญิงรายใหม่ ฮามาก ตอนนั้นอิฉันเซถลาไปพักใหญ่ แล้วก็ตั้งตัวได้ จากนั้นมาอิฉันเลิกติดต่อทุกทางกับเขา แต่แอบเช็คเมลล์เกือบทุกวัน อ่านมันเข้าไป อ่านแต่ไม่ทำอะไรมากกว่านั้นนะ แค่เอามาเมาท์กับเพื่อนให้แสบ ๆ คัน ๆ เล่น ว่าคนแบบนี้มันก็มีด้วยโว๊ย

ผ่านมา 2 ปีไวเหมือนโกหก อิฉันยังอ่านเมลล์มันอยู่เลย รู้เรื่องผู้หญิงทุกคนของมัน รู้เรื่องราวในชีวิตของมันบ้างเท่าที่ได้อ่านเมลล์สาว ๆ นี่ถ้ามันรู้ มันคงโกรธตายเลย แต่ก็ไม่แน่หรอก คนอย่างมันอาจจะชอบทำตัวสำคัญ อยากให้คนมาอยากรู้เรื่องของมันเล่นก็ได้เนอะ อิอิ เช็คกันต่อไป

ปล.ของข้อ 2 วันเกิดของมัน อิฉันเคยส่งหนังสือควายให้กำเนิดคนให้เป็นของขวัญ เพราะคิดว่ามันแปลกดี และเขาคงชอบ ที่ไหนได้ ผู้ชายที่รักความโรแมนติกซะเหลือเกินแบบมันโกรธเราซะไม่มี 55555555

3.บ้านที่ไม่เคยปิด - บ้านหลังเก่าของฉันไม่มีประตูหลังบ้าน เพราะฉะนั้นเราจะไม่เคยปิดประตูบ้านได้ครบทุกบานเลย เรานอนหลับได้ยังไงทั้ง ๆ ที่ประตูเปิดอยู่ตั้งหลายบาน เมื่อก่อนบ้านหลังค่อนข้างใหญ่ แต่มันเก่าแล้ว อยู่กันแบบสงบในชนบทด้วยละแวกบ้านเราไม่เคยถูกขโมยขึ้นบ้านจึงรู้สึกปลอดภัยไร้กังวล

นั่นส่งผลให้บ้านหลังใหม่ที่แม้มีประตูครบถ้วน ก็ยังถูกเปิดไว้ล่อขโมยซะอย่างงั้น ทุกวันนี้ต้องมีประตูสักบานไม่บานไหนก็บานหนึ่งถูกเปิดทิ้งไว้ กั้นไว้แต่มุ้งลวด สงสัยเขาคิดว่ายุงดุกว่าขโมย งุงิ

4.สมาธิสั้น - คงเป็นเพราะอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานหลายปี สมาธิของฉันจึงหดหายไปหมดแล้ว ฉันเลือกอ่านเฉพาะบล็อกที่เขียนสั้น ๆ รูปเยอะ ๆ เพลงเพราะ ๆ ฉันรู้สึกเศร้ามากกับนิสัยข้อนี้ของตัวเอง เพราะมันทำให้ฉันไม่ค่อยได้อ่านบล็อกที่เขียนดี ๆ ของเพื่อนตัวเองหลาย ๆ เอนทรีส์เพียงเพราะเหตุผลที่มันยาว -__-' แต่ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่อ่านตลอดไปหรอกนะ ฉันอยากอ่านมาก แต่จะอ่านมันในวันที่มีอารมณ์อ่านอะไรยาว ๆ เท่านั้น กำ -__-' เพื่อนคนหนึ่งดีกับฉันมาก ฉันชอบเธอ ฉันชอบตัวหนังสือของเธอ เธอเป็นนักเขียนได้สบาย ๆ และเธอก็คิดว่าฉันติดตามอ่านเสมอด้วย แต่ความจริงฉันอ่านล่าช้ากว่าที่เธออัพบล็อกมาก แหะ ๆ ก็มันยาวอ่ะ (ฉันอยากจะขอโทษเพื่อนเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงแฮะ)

ซึ่งนั่นยังไม่รวมบล็อกของเพื่อนอีกหลายคนที่มักเขียนยาวมากกกกกกก

5.ฉันมักจะคิดไปเองว่า ใคร ๆ ก็ไม่ชอบช๊าน คนรอบตัวที่เห็นตัวเป็น ๆ ก็ไม่ชอบตู คนที่มองไม่เห็นในอินเตอร์เน็ตก็ยิ่งไม่ชอบตูใหญ่ เข้าไปในเว็บบอร์ดไหนก็ไม่มีใครรัก ไม่มีใครอยากคุยด้วย บางครั้งอารมณ์แบบนี้ทำให้ฉันอึดอัดมาก แต่บางทีฉันก็สำนึกได้ว่าฉันคิดไปเอง แต่ก็ยังกลับไปคิดแบบนั้นอีก กิ๊ซ เกลียดอารมณ์แบบนี้จัง

จบแทกห้วน ๆ

ขอแทกต่อไปที่ ORENGE และ BLUE ก็นี่มัน PLATONIC PLACE ของพวกเรานี่นา 5555

ชอบพาราด็อกซ์ฟ่ะ


edit @ 2007/01/14 19:54:58
edit @ 2007/01/14 19:59:47

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

กี๊ซซซซ

เธอเป็นใคร ตัวปลอมแหงๆ เอิ๊กๆ

ฉันสบายใจขึ้นมากว่ะหล่อน
ไว้จะเขียนเรื่องไปเที่ยวทางลัดไปหาดใหญ่กับมนุษย์ไฟฟ้าสีชมพูให้ฟัง

ส้มแก่

#1 By Platonic place on 2007-01-14 20:06

ชั้นไปคิดก่อน มันต้องเริ่ดกว่าของหล่อน
อันนี้มั่นใจมั่กๆ

#3 By Platonic place on 2007-01-14 22:05

#4 By no one on 2007-01-14 22:09

เข้ามาแล้ว .. อ่านแล้ว
Platonic place ของคุณทั้ง 3 คน ก็ชอบอ่านนิน่า
.. แล้วจะย่องๆ เข้ามาอีกนะ

#5 By moodee on 2007-01-14 22:26

ขออีกนิดก่อนนอน

พอดีเพิ่งนึงออก


ไอ้ข้อ 2 ของพี่อ่านะ


น่ากลัวมากๆ


ไม่เข้าใจจิตใจกันเลยว่า เข้าไปอ่านเมลคนอื่นมันสนุกตรงไหนเนี่ย


น่ากลัวจริงๆ

#6 By เบน on 2007-01-14 22:52

มาขออ่านด้วยคน..

อ่านแล้วอึ้ง...กิ๊ซ (ขอใช้คำนี้บ้างนะ)

#7 By 1411 on 2007-01-15 09:36

นี่เป็นแทกที่สามของอิฉันแล้วนะยะ
อันที่จริง เอารูปแก้ผ้ามาลงน่าจะง่ายกว่า
เอาเป็นแทกด้านมืดก็แล้วกันนะ

1.ฉันไม่ชอบให้ใครที่ไม่สนิทหรือนึกรักโดนตัว
ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงผู้ชาย ถ้าไม่สนิทมากๆและไม่รักกัน
ถ้ามาโดนตัว ฉันจะรู้สึกอยากอ้วก คลื่นไส้
ถ้าโดนมือ ฉันจะไปล้างมือหลายๆรอบ ล้างกับเดลตอลด้วย
บางทีพยายามเก็บกิริยาแล้วเนียนๆไปเอาน้ำลูบๆตรงที่โดนแตะ
เหมือนโรคจิตเลยนะ ขนมตกบนโต๊ะนี่ยังเก็บกินได้
จะมาทำเป็นสะอาดสะอ้านอะไรกันนักกันหนา
มันรู้สึกแปลกๆที่ใครจะมาโดนตัวกันง่ายๆ
ยิ่งถ้าจงใจโดนตัวโดยชายไม่พึงประสงต์จะโกรธมากๆ
เคยไม่พูดกับเพื่อนผู้ชายบางคนเป็นปีๆ
เนื่องจากถือวิสาสะมาจับต้นแขน แล้วยังมีหน้ามาบอกว่านิ่มจัง

ตายซะเถอะเมิง

2.ฉันสามารถจดจำอะไรในลักษณะรูปภาพ
แม้ว่าจะโง่คณิตศาสตร์ขั้นเทพ แต่ฉันจะเก่งวิชาที่ต้องจำเป็นพิเศษ
สามารถจำตัวเลข เช่น เบอร์โทรศัพท์เป็นภาพ
อาทิเช่น

322459

322 กลางๆ เพราะตัวเลขโทรศัพท์ในสงขลา
ถ้าเก่ามากจะขึ้นต้น 31 กลางๆ 32 ปลาย 41-43
459 นึกเป็นภาพเพื่อนกำลังวิ่งสคิปแบบกึ่งเดินกึ่งกระโดด
...สี่ห้าก้าว อยู่ตรงกลางทาง

ยิ่งวิชาประวัติศาสตร์ สังคมนี่ ฉันชอบมากราวกับอ่านนิยาย
เรื่องมันจะวิ่งมาเป็นฉากๆแบบในหนัง
และเคยส่งอานิสงค์ให้ฉันทดสอบพรีเทสวิชาสังคมได้ที่สามของประเทศ
...จากนักเรียนราวๆสองหมื่นคน
ที่หนึ่งที่สองก็เป็นเพื่อนร่วมห้องดิฉันเอง
โลกส่งดิฉันมาเกิด กี๊ซ
ทำไมต้องส่งคนเก่งระดับประเทศมาอยู่ห้องเดียวกันด้วยวะ
เนี่ย เลยไม่เกิดเลย โดนบดบังรัศมีตัลหลอด

ปัจจุบัน ระบบสมองจำทุกอย่างในแบบของรูปภาพไม่ค่อยถูกใช้งาน
คาดว่าจะฝ่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แต่คิดว่ามันน่าจะมีวิชาเรียนที่สอนให้เราคิดทุกอย่างในแบบภาพบ้าง

3.ฉันพูดภาษาใต้ไม่ได้ ไม่ได้เลย ทั้งที่ทุกคนในบ้านพูดได้
ไม่กินสะตอเพราะขม แต่ชอบน้ำกะปิที่มันผัดสะตอราดข้าว
ไม่กินแกงไตปลาด้วย เนื่องจากไม่ชอบอะไรที่รสเค็ม
เวลาที่ใครรู้ว่าฉันเป็นคนใต้ จะชอบคิดว่าคนใต้ทุกคนกินสะตอ
กินแกงไตปลา และพูดเพี้ยน
...ซึ่งไม่จริง ฉันมีเพื่อนที่พูดใต้ไม่ได้อีกเพียบ
ฉันชอบกินแกงส้มที่คนกรุงเทพเรียกว่าแกงเหลืองมาก
ชอบอะไรแล้วก็ต้องพยายามทำกินเองให้เป็น
เป็นแกงใต้อย่างเดียวที่ทำเป็น
แล้วต้องตำเครื่องแกงเองด้วย ซื้อเค้าไม่ถูกใจเจ๊
เวลาปรุงแกงนี่ต้องปรุงมะนาวปนมะขามเปียกด้วยอัตราส่วนเหมาะสม

ดูเหมือนแม่ศรีเรือน แต่ทำกินเป็นเฉพาะที่ตัวเองชอบกินเท่านั้น

4.ฉันทำบล็อกนี้ขึ้นมาเพราะรู้สึกว่าฉันอยากมีพื้นที่ส่วนตัวสักหน่อย
...คนเดียวจะมีสามบล็อกก็เกินไป
เลยพยายามยัดเยียดให้คนสองคนเขียนด้วย
คนสองคนนั้น เป็นสองคนที่ฉันรู้จักในช่องอากาศ
โลกที่ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันจะจริง แต่มันก็จริง
ฉันผ่านช่วงเวลาเลวร้ายของชีวิตมาได้
เพราะมีคนสองคนนี้คอยรับฟังเรื่องราวในชีวิต
มีคนสองคนนี้คอยคิดให้ว่า ถึงเวลาไปกินข้าวได้แล้ว
ฉันไม่สนใจหรอกว่า ยายเรด เลเบิ้ล เธอจะอ่านเรื่องยาวๆที่ฉันเขียนหรือเปล่า
ฉันเชื่อว่าเพื่อนรักกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นตังเมของกันและกัน
อยากบอกอะไรก็บอก ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก

แต่ฉันเชื่อว่าสักวันเธอจะเป็นบรรณาธิการหนังสือสักเล่ม
เพราะเธอมักจะค้นพบคนที่เขียนอะไรดีๆ
และมีความสามารถในการให้กำลังใจให้เราเขียน

นานมากเลยนับจากวันแย่ๆวันนั้น
ขอบคุณทั้งสองคน ดูเหมือนน่าอ้วกที่มาขอบคุณอะไรให้คนอื่นเห็น
ฉันเรียนรู้ที่จะเล่าให้คนอื่นฟัง
นั่นหน่ะดีที่สุดสำหรับนักเก็บความลับระดับโลกอย่างดิฉัน

5.ฉันมักจะกังวลเสมอเมื่ออนุญาติให้ใครเข้ามาในระยะประชิด
ด้วยมักจะหันด้านหวานใส่ในตัวหนังสือ
จึงเลือกที่จะสงบปากสงบคำ ฉันกลัวโดนเกลียดมาก
ครั้งหนึ่งในชีวิตเมื่อนานมาแล้ว ฉันอาจจะโดนคนที่นึกรักเกลียด
เพราะฉันพยายามบอกสิ่งที่คิดไม่เหมือนให้เขารับรู้
เพียงเพราะฉันอยากแบ่งปัน
อืม แย่เนอะที่เรามีปีกเป็นของตัวเองเช่นกัน

อันที่จริงความหวาดหวั่นของฉันกับเรดไม่ค่อยต่างกัน
เรดคิดไปว่า ใครๆก็ไม่ชอบเธอ
ฉันกลัวว่าถ้าใครเข้าใกล้อาณาเขตที่สามารถมองเห็นอีกด้านของฉัน
...ใครๆก็จะเกลียดฉัน แล้วพูดว่าไม่เห็นใจดี แสนหวานเหมือนตัวหนังสือ
บางทีที่ใครชมว่าเรื่องที่ฉันเขียนหวานจัด
ฉันไม่รู้จะบอกว่าอย่างไรดีให้เขากลับไปอ่านให้ดีๆใหม่อีกครั้ง
เพราะฉันมักจะพยายามสอดไส้เรื่องราวที่ต้องการสื่อสารกับผู้คนไว้ในนั้น

ขอบคุณอีกทีที่เห็นตัวจริงๆของฉันในตัวหนังสือ
แล้วเธอสองคนไม่เกลียดฉัน(หรืออาจจะเกลียดแต่ไม่บอก เอิ๊กๆ)

#8 By Platonic place on 2007-01-15 10:39

เฮ้อ...


วันนี้เหนื่อยจัง


แต่ก็ยังดีที่ได้รู้ว่า


ในวันที่เข่าอ่อน ไหล่คู้ และมือคอยเช็ดน้ำตาตัวเองนั้น


ยังมีใครจะอยู่เป็นเพื่อน


และให้ยืมตังค์


555+



เหนื่อยจริงๆ



เหนื่อยที่จะต้องอดทน และอดทน ทั้งที่ไม่อยากจะอดทนแล้ว


เหนื่อยจริงๆ

#9 By Blue Blue and Blue (124.121.183.45) on 2007-01-15 10:46

เข้ามาอ่านแล้วจ้าจูน--

อืม...ลังเลนิดหน่อย จะเขียนอะไรทิ้งไว้ดีมั้ยน้อ
ด้วยกลัวว่าจะเป็นการล่วงละเมิดพื้นที่ส่วนตัวของใครสามคน^^

แต่ก็นะ...บางพื้นที่ที่เราไม่เคยคิดว่ามิตรภาพจะก่อร่างสร้างตัวขึ้นได้จริง

ที่นี่...ก็มีคำตอบในเรื่องที่ว่านั่นแล้ว
ยินดีด้วย...กับใครสามคนที่นี่จ้ะ

#10 By jOylUckClUb on 2007-01-15 11:39


อ๊ากกกกกกกก

(กิ๊ช แบบ สาวโหด)

ดีใจๆได้อ่านแล้ว

เห็นบอกในบลอคนู้นว่าไม่อยากเขียน

แสดงว่าสถานที่แห่งนี้พิเศษจริงๆ

ดีใจจัง ขอบคุณ เพลโตนิค เพลส

(โดยส่วนตัวชอบ เพลโตนิคเลิฟด้วยละฮะ)

อืม ขอแอบเหมือนข้อนึง
ข้อ 5 อ่า เป็นเหมือนกัน ชอบคิดว่า มีคนไม่ชอบตัวเอง เลยอึดอัดเวลาเจอคนมากๆ หรือมีคนรู้จักมากๆ มันแปลกๆความรู้สึกยังไงไม่รุ

ปอลอ ข้อ 2 นี่เจ๋งเด็ด 555+

#11 By -- กำพล -- on 2007-01-15 16:27

ถึง

--สีน้ำเงิน--

สู้ๆนะฮะ ชีวิตมีทางเดินของมัน ตุ่นเชื่ออย่างนั้นนะ

ถ้าจำไม่ผิด พี่เคยบอกตุ่นว่า แม้วันที่ยากลำบากที่สุดก็มี 24 ชั่วโมงเท่ากับวันที่เรามีความสุข

แล้วเราก็จะผ่านมันไป เหมือนที่เคยผ่านมา

พี่ก็เช่นกันนะ

ข้อ 1 ----สั้นๆ

โรฯ โคด แอบกรี๊ดในใจ

ข้อ 3 ----เรื่องแทค รู้สึกคล้ายๆกัน
และที่เลิกอัพบลอค ก็เพราะ กลัวตัวหนังสือบางตัว หรือที่พี่บอกว่าการสร้างภาพนั่นแหล่ะ ชอบอ่านนะ ความรู้สึกด้านละเอียดของคน แต่บางอย่างก็ทำให้ความเชื่อ มันหายไป ถ้าเป็นด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งๆ เลยบอกตัวเอง--- พอเถอะ

แต่ก็ยังมีอีกหลายๆบลอคที่ตามอ่านอยู่ แม้จะนานๆได้เข้ามาอ่านตามหลังซักทีก็ตาม

ข้อ 5 เรื่องตุ่นกับความตายเราสนิทกัน
ตั้งแต่ช่วง 6 เดือนที่ได้อยู่เป็นเพื่อนคุณปู่จนท่านหัวใจค่อยๆหยุดเต้นในคืนหนึ่ง

ใกล้กันมาก แค่ช่วงวินาทีที่ปลิดลมหายใจนั้น --- จึงไม่คิดกลัวอีกต่อไป



((แต่กลัวพี่เกลียดคอมเม้นของตัวเองจัง ถ้าไม่ชอบก็ขอโทษด้วยนะฮะ))


สุดท้ายนี้ เราอาจจะห่างกันนานเกินไป
แต่อย่างน้อยก็อยากจะบอกพี่ว่า

เข้มแข็งไว้นะพี่ แล้วมันจะผ่านไป...


#12 By -- กำพล -- on 2007-01-15 16:55

ยังมีความลับอีกข้อหนึ่งนะ ฉันน่ะเกลียดพ่อมากเลย ทุกวันนี้ฉันจะไม่พูดกับพ่อเลยถ้าไม่จำเป็น มันเริ่มจากพฤติกรรมของพ่อที่เป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างนั้น แล้วฉันก็เกลียดแม้กระทั่งสิ่งที่ฉันได้รับกรรมพันธุ์มาจากพ่อ ฉันพยายามหนีความเป็นพ่อมาตลอด ทั้ง ๆ ที่พ่อไม่ได้เลวร้ายอะไร เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ เมียน้อยก็ไม่มี แต่พ่อมีบางอย่างที่ฉันไม่ชอบเลย และมันทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก เมื่อได้ยินพ่อด่าแม่ว่าไอ้เหี้ยเนี่ย ฉันก็ยอมเปล่งคำว่าเกลียดออกมาได้เต็มปากเลยแหล่ะ

#13 By no one on 2007-01-16 06:16

โฮะๆ ชอบหลุมดำของเราสามคนจริงๆเลยฟะ
อืม ฉันขี้ระแวง บางครั้งก็มองโลกในแง่ร้ายมากๆ
เวลาที่เราสองคนชักชวนกันระแวงโน่นนั่นนี่โน่น
ฉันรู้สึกทุกทีว่านี่ฉันจะพลอยทำให้หล่อนมองโลกในแง่ร้ายไปด้วยหรือเปล่า

โลกมันซับซ้อนเนอะ
บางทีฉันก็ไม่รู้ว่าเมื่อเราลอกเปลือกบางอย่างออก
...เราจะเจออะไรข้างในนั้น ฉันเกลียดอารมณ์นั้น
ฉันถึงบอกหล่อนกับสีฟ้าเสมอว่าฉันเกลียดเรื่องเซอร์ไพรซ์
มันนอกเหนือความคาดหมาย
อันที่จริงที่น่าเกลียดน่ากลัวกว่านั้นคือความคาดหมายว่ะ

ในอุดมคติแล้วเราไม่ควรคาดหวังกับใครหรืออะไร
แต่ในทางปฏิบัติมันยาก ว่ามั้ย

ช่วงนี้ฟังเรื่องร้ายมาเยอะ
เยอะเสียจนฉันแทบจะอ้วกมันออกมา
...การเป็นนักรักษาความลับนี่ยากจริงๆ

เพื่อนถามฉันซ้ำไปซ้ำมาว่า การที่คนคนนั้นถามเธอว่า

"โกรธเขาไหม" "ผมกลัวคุณโกรธ"

เพื่อนฉันถามฉันกลับมา

"ทำไมเขาไม่กลัวเราเสียใจเลยนะ"

ฉันเศร้ากับคำถามเธอจัง เธอคงเศร้ามากกว่า

#14 By (203.118.93.139) on 2007-01-16 09:19

ใบบรรดาเพลงคาราบาว
ฉันชอบเพลงนี้ พอๆกับ ทะเลใจ และ คนเก็บฟืน

http://imusic.teenee.com/2/frame/5640.php

#15 By Platonic place on 2007-01-16 09:42

อ้าว ฉันนึกว่าฉันทำให้หล่อนมองโลกแง่ร้ายมากขึ้นทุกวัน ๆ

#16 By no one on 2007-01-16 16:13