Orange : จงรัก
posted on 11 May 2008 22:36 by sokissme in Orange-Writer
.
คำเตือน
1.ก่อนเปิดเพลงฟังอย่าลืมเบาเสียงคอมพิวเตอร์นะจ๊ะ เพลงมันเก่ามาก เดี๋ยวจะเขินเพื่อนร่วมงานนะนั่น
2.เอนทรี่นี้ไม่มีเรื่องการเมืองหรอกนะคะ ไม่ต้องให้ดาว เดี๋ยวคนอื่นบ่นหวานอ้วก
ตอนนี้เปลี่ยนให้คนข้างใจไปดูข่าวการเมืองแทนแล้วค่อยเล่าให้ฟังเพื่อเป็นการคัดกรองข่าวสาร
....งดดูข่าวการเมืองชั่วคราวเพื่อสุขภาพจิตที่ดีจ่ะ
ฉันชอบบ่ายวันอาทิตย์ค่ะ ยิ่งเป็นบ่ายวันอาทิตย์ที่ฝนตกอึมครึม
เป็นความสุขใจปนความสะใจตามประสาคนที่ยังคงต้องทำงานในวันที่ใครๆก็หยุดงาน
หนุ่มสาววัยรุ่นแต่งตัวสวยงามคู่หนึ่งแวะมายืนหลบฝนที่หน้าร้าน
....ท่าทางสาวเจ้ากระเง้ากระงอดน่าดูชมที่สายฝนกลายมาเป็นอุปสรรควันหวาน
"กิ้วๆ อดไปเดทละซี้ "
คนสวยมักจะอิจฉาโน่นนั่นนี่นิดๆหน่อยๆพอให้ได้ซ้อมวงค้อนงามๆไว้อวดหวานใจ
ฟ้ามืดครึ้มเป็นริ้วๆเทาทะมึนมาตั้งแต่เช้า
แต่ฉันก็ยังยืนยันคงออกไปทำกิจกรรมรื่นเริงอย่างการเลือกหาเสื้อผ้ามือสองในตลาดนัดตามปกติ
มีคนไม่กลัวฝนจำนวนหนึ่งออกมาพบปะกันตามหมายกำหนดการ กลุ่มหนึ่งเป็นผู้ขาย อีกกลุ่มเป็นผู้ซื้อ
ในการเข้ารื้อจับของมือสองที่ดูเหมือนง่ายๆนั้น กลับมีกลยุทธ์มากมายที่จะเราจะต้องฝึกฝน
บางคนจับตามองคนรื้อมือดีไม่วางตาเพราะการแหวกว่ายลงไปในกองผ้ามือสองนั้นทำให้คันยิบๆที่ผิวหนัง
ผู้คนทั้งหลายจึงเลือกที่จะยืนคุมเชิงกันอยู่ห่างๆ คอยจับชิ้นที่รื้อออกมารวมถึงดิฉันเอง
ในตอนนี้แหล่ะ ที่เป็นโอกาสในการฝึกฝนวิทยายุทธ์ใช้ทั้งฝีมือและฝีปากเพื่อให้ได้มาซึ่งผ้าชิ้นที่ตัวเองต้องการ
"โอ๊ะ น้องหยิบเสื้อส้มให้พี่หน่อยค่ะ พี่หยิบไม่ถึง"
อ่า ช่างแยบยล เป็นการประกาศให้บรรดาผู้ที่หมายตาชิ้นเดียวกันรับรู้ว่า จองแล้วจ้า
เรื่องออกเสียงนี่เป็นก็ศิลปะอย่างหนึ่งของการซื้อหาข้าวของในตลาดมือสองเช่นกัน
ครั้งหนึ่งคนข้างใจร้องเรียกให้ฉันดูตุ๊กตาแมวดำหน้าตาเหมือนจิจิจากเรื่อง Kiki’s delivery
ฉันที่ยืนใกล้กว่าและแขนหนีบตุ๊กตาแบบเดียวกันแต่ตัวเล็กกว่าหันไปตามเสียงร้องเรียก
แต่อนิจจา ผู้หญิงอีกคนที่ใกล้กว่าก็หันไปคว้าตุ๊กตาตัวนั้นดังหมั่บ
(มันมีเสียงจริงๆหนา ดังหมั่บๆในหัวใจดวงที่ร้าวรานของดิฉันค่ะ เอิ๊กๆ)
คนบางคนต้องโอ๋ด้วยขนมขมเนยปริมาณมหาศาลทีเดียวจึงจะรู้สึกดีขึ้นจากความรู้สึกพ่ายแพ้จากการซื้อของมือสองครั้งนั้น
ฝนเริ่มโปรยเม็ดเมื่อฉันกลับถึงพอดี อืม โชคดีกระไรเช่นนั้นนะ
ฉันรีบอาบน้ำเพื่อล้างคราบฝุ่นเศษผ้าเพื่อลดความคันยิบๆตามเนื้อตามตัว
นั่งลงตรงหน้าจอเพื่อค้นหาเพลงบางเพลงที่เผลอฮัมมาตั้งแต่ตืนลืมตาตอนเช้าตรู่
พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ เขียนเล่าภาวะที่คนสองคนที่โคจรมาใกล้กันว่า
"เวลาที่เรารักใคร เราจะรู้สึกตัวเล็กเหลือเกิน
เวลาที่ใครรักเรา เราจะรู้สึกตัวใหญ่เหลือเกิน
แต่ถ้าเราเจอคนที่รักกัน เราจะผลัดกันตัวใหญ่ตัวเล็ก"
บางครั้งคนสองคนต่างก็กังวลไปมากมาย
และในความรักแล้วความกังวลนั้นไม่ใช่เพื่อตัวของเราเองหรอก
บางครั้งเราก็เผลอกังวลแทนคนที่เรารักว่าเขาหรือเธอจะได้สิ่งที่ดีสี่สุดหรือเปล่า
ฉันยอมรับว่าฉันเคยกังวลใจอยู่กับเขาบ้างเหมือนกัน
แม้ว่าฉันจะสวย (เอิ๊กๆว่าแล้วก็อำผู้อ่านหน้าด้านๆ) และจะได้เอทุกวิชาในเทอมนี้
...บางครั้งดิฉั้นก็รู้สึกว่า อืม ฉันอาจจะดีไม่พอ
ความกังวลใจของฉันนั้นเหมือนเงาดำของเมฆฝนบนท้องฟ้าที่มีปริมาณมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละวัน
วันไหนที่มันครึ้มฟ้าครึ้มฝนและลมพัดแรงจัดจนต้นไม้ไหวราบ
ฉันมักจะนึกเอาเองว่ารูปเงาใครบางคนในช่วงเวลาที่ผ่านมาของคนข้างใจช่างงดงามนัก
---- คนสองคนผลัดกันตัวเล็กตัวใหญ่ เราสองคนต่างผลัดกันมีวันครึ้มๆในใจ---
"โอ้เพลงโปรดของแม่"
เสียงแม่ลอยมาทำท่าเต้นรำพร้อมกับดวงตาฝันๆ ค่อยๆย่างเท้าเป็นจังหวะขยับเข้ามาใกล้แหล่งกำเนิดเสียง
ฉันไม่อยากจะยอมรับหรอกนะว่า ตัวเองช่างเหมือนแม่ในเรื่องที่เผลอทำอะไรละครๆอยู่บ่อยๆ
เอิ๊กๆ ก็ลูกสาวแม่นี่นะ จะให้ไปเหมือนใคร
"เพลงนี้ของจงรัก .....จงรัก จันคณาแต่งจ๊ะ สุเทพร้องไว้เพราะมากกกก
สมัยแม่เป็นนักศึกษาพยาบาล เรามีเรื่องบันเทิงไม่มากมายหรอก
พี่ห้องสุขภาพซึ่งเป็นพี่ชั้นโตๆจะเปิดเพลงมาจากจุดกระจายเสียงในตอนราวๆห้าโมงเย็น
เสียงเพลงตามสายได้ฟังอยู่ชั่วโมงสองชั่วโมงก็ต้องปิดเพื่อให้แยกย้ายกันไปทำการบ้าน
….วันไหนได้ฟังเพลงนี้ ฝันดีไปทั้งคืนเชียว"
"ชีวิตในโรงเรียนประจำนางพยาบาล
ไม่มีเทป ไม่มีอินเทอร์เน็ต แล้วแม่เอาเนื้อเพลงมาจากไหนคะ"
"ถ้าใครกลับบ้านแล้วมีแผ่นเสียงก็จดมาฝากบ้าง
บางครั้งก็ช่วยกันจำแล้วมาจดใส่สมุด
ว่างจากเรียน ว่างจากขึ้นเวรก็ขอมาจับกลุ่มกันเล่นกีต้าร์แล้วก็ร้องเพลงสิ"
นิสัยชอบเพลงเก่าของฉันแทบจะถ่ายทอดมาจากแม่ทางสายเลือด
คนบางคนคงขำกับเพลงโบราณที่ฉันร้องให้ฟังหงุงหงิงๆทางโทรศัพท์ก่อนเข้านอน
และฉันรู้ดี อีกคนรับรู้ว่าฉันตั้งใจมากมายแค่ไหนแม้มันจะฟังเพี้ยนๆอยู่สักหน่อย
คู่รักวัยรุ่นที่หน้าร้านขายยาของฉันชวนกันเอาเสื้อแจ็คเก็ตกางคลุมกันฝนวิ่งขึ้นรถตู้
ท่าทางจะดูหนังเกาหลีอย่างคลาสสิคมากไปนะนั่น
....เดี๋ยวหนาวๆในโรงหนัง เสื้อแจ็คเก็ตมันจะชวนเป็นหวัดเอา
เอ๊ะ แล้วเภสัชกรขี้อิจฉาไปรู้เรื่องเค้าไปอย่างไรนั่น
ก็ แหม ดิฉันอยากรู้นี่นาว่าวัยรุ่นเค้าดูหนังเรื่องอะไรกันบ้าง
.....แค่เดินเฉียดๆไปมาแล้วบังเอิญได้ยิน จริงจริ๊ง
เพลงชื่อจงรัก ดูเหมือนคำสั่ง ให้ จง – รัก
หากแต่เนื้อเพลงอ่อนหวานละมุนละไมนัก
อดีตนั้นล่วงมาแล้ว และอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะคาดเดาได้
มีเพียงวันนี้ที่มีกันและกัน
แจ็คเก็ตชื้นๆตัวนั้น คงอุ่นพอสำหรับคนสองคน
(และป.ล.ถ้าเป็นหวัดอย่าลืมมาซื้อยาที่ร้านดิฉันนะคะ)
เอาเพลงจงรักมาแบ่งให้ฟังในเช้าวันทำงานวันแรกค่ะ
.
#1 By นักทำ ( หนัง ) สือ on 2008-05-12 09:42